2005/Oct/31

"คุณกำลังบอกว่า เพราะเราทุกคนมีด้านมืด เราจึงต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว?"
"ใช่ไหมว่านี่เป็นรากฐานของการเกิดความดี ความชั่ว?"

"สมมุติว่าเราเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวในโลก ไม่มีสัตว์ มีแต่ธรรมชาติ ภูเขา ทะเล ต้นไม้ เหมือนเดิม และเราไม่รู้จักระบบศีลธรรมมาก่อน เราต้องมีกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมหรือไม่? เราต้อง 'ทำดี' หรือไม่? และหากเรา 'ทำชั่ว' เราจะตกนรกหรือไม่?"
"แล้ว?"
"เมื่อใช้ข้อบัญญัติทางศีลธรรมของทุกศาสนาเป็นเกณฑ์ในการตอบคำถามเหล่านี้ จะพบว่า หากเราอยู่คนเดียว เรา 'ทำชั่ว' ไม่ได้!"
"ทำไมไม่ได้?"
"เราฆ่าคนและสัตว์อื่นๆ ไม่ได้เพราะไม่มีอะไรให้ฆ่า เราขโมยของไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรให้ขโมย ทุกอย่างในโลกนี้เป็นของเราเพราะไม่มีใครอ้างความเป็นเจ้าของ เราประพฤติผิดในกามไม่ได้ เพราะเหลือเราอยู่คนเดียว และเช่นกัน เราโกหกใครไม่ได้ มองในนัยนี้ก็เห็นว่า การืดีทำชั่วนั้นเกิดขึ้นได้เมื่อเรารวมกลุ่มเป็นสัตว์สังคมเท่านั้น และ 'ศีลธรรม' เป็นการรวบรวมเอาคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมมาไว้ เป็นระบบชนิดหนึ่ง"

"เขาเขียนไว้ว่า... ความรู้ผิดชอบชั่วดีไม่ใช่แนวคิดลอยๆที่สามารถเข้าใจได้บนฐานของวัฒนธรรมและศาสนา ศีลธรรมตั้งบนรากฐานแน่นหนาของประสาทวิทยา... เมื่อความคิดเรื่องจิตวิญญาณ ความซื่อสัตย์ ความรู้สึกผิด การชั่งน้ำหนักทางเลือกของจรรยาบรรณ ล้วนมีร่องรอยไปยังพื้นที่บางส่วนในสมอง ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจหากเราพบพฤติกรรมที่คล้ายกันในสัตว์ สมองของมนุษย์เป็นผลลัพธ์ของวิวัฒนาการ ไม่ว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าหรือซับซ้อนกว่า หลักการพื้นฐานของมันไม่ต่างจากระบบประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆเลย"
"คุณกำลังบอกว่า..."
"มองในแง่มุมวิทยาศาสตร์ เราไม่ได้ต่างจากสัตว์อื่นเท่าใด ไม่ว่าเราจะยกสถานะตนเองว่าเป็น 'สัตว์ประเสริฐ' อย่างไร"
"สมมุติหากว่าวันหนึ่งสัตว์ประเสริฐอย่างพวกคุณถล่มโลกใบนี้ด้วยระเบิดปรมาณูจนคนพร้อมใจตายกันหมด และแมลงสาบกลายพันธุ์ขึ้นมาฉลาดเท่าหรือฉลาดกว่าคน แมลงสาบก็อาจสามารถค้นพบศาสนาของมันขึ้นมาเพื่อนความปรองดองกันในมวลแมลงสาบ"
"ถ้าคุณพูดอย่างนี้เมื่อสามร้อยปีก่อน คุณต้องถูกเผาตายแน่"
"ล้อเล่นรึเปล่า สัตว์ประเสริฐอย่างพวกคุณเอาแต่คนที่ไม่เชื่อในสิ่งที่ถูกให้เชื่อ ไม่เผาเดรัจฉานอย่างผมหรอก"

"ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า "พฤติกรรมทางจรรยาของคนควรจะตั้งอยู่บนฐานแห่งความสงสาร การศึกษาและสายสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ใช่ฐานทางศาสนา มนุษย์คงก้าวไปในทางผิดแน่ หากต้องตกอยู่ภายใต้ความกลัวว่าจะถูกลงโทษ และความหลังที่ตะรับรางวัลหลังจากตายไปแล้ว""

"วันหนึ่งข้างหน้าหากวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ก้าวไปถึงขั้นสามารถเปลี่ยนยีน (เช่น ลบยีนส่วนที่ก้าวร้าวออก) หรือเปลี่ยนสถานการณ์ (เช่น มนุษย์อาจไม่ต้องอยู่แบบรวมกลุ่มกันอีก อาจเพราะมีความเป็นปัจเจกสูงขึ้น) วันนั้นระบบศีลธรรมอาจไม่มีอยู่อีก และแน่นอนถึงเวลานั้นศาสนาก็ไม่จำเป็น
แต่ความจริงคือโลกเราประกอบด้วยลูกโซ่ที่ซ้อนร้อยทับกันจนวุ่นวาย ระบบศาสนาดูเหมือนยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี"

"ไอน์สไตน์กล่าวว่า "มนุษย์เราเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมที่เรียกว่าจักรวาล เรารู้สึกด้วยประสบการณ์ว่า ตัวตน ความคิด และความรู้สึกของเรานั้นเป็นเหมือนอะไรบางอย่างที่แยกออกมาจากส่วนรวม เหมือนการลวงตาจิตสำนึก การลวงตานี้เป็นเหมือนกรงกักขังเรา จำกัดเราจากความต้องการส่วนตัวและความรักต่อคนใกล้ชิด สิ่งที่เราต้องทำคือทำตนให้เป็นอิสระจากกรงด้วยการถ่างกว้างความรู้สึกของเรา เพื่อนต้อนรับสัตว์โลกและธรรมชาติทั้งปวงในความงามของมัน""

บทความ: พระธุดงค์กับกลดกลางสนาม
หนังสือ: ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล
ผู้แต่ง: วินทร์ เลียววาริณ

Comment

Comment:

Tweet


hi all !!
#4 by sears parts (124.157.191.197) At 2009-12-04 12:33,
Que se ra
#3 by scratch and dent (124.157.236.175) At 2009-11-13 16:49,
ขอบคุณค่ะ
#2 by โหลดเพลง (124.157.236.176) At 2009-10-06 19:06,
อยู่คนเดียว ก็เบียดเบียนตนเองได้ครับ
เป็นกรรมอย่างอ่อน...
#1 by โก๋สิจ๊ะ At 2005-11-30 18:48,